แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ dha แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ dha แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วิธีป้องกันสมองเสื่อม (Anti Alzhimer)

สวัสดีคะ ^/\^ โพสต์นี้เป็นการคัดย่อมา หากท่านต้องการอ่านฉบับเต็มคลิกที่นี่ได้เลยคะ

     ความแก่เป็นความทุกข์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ แต่ละคนต่างก็มีความกลัวความแก่ในแต่ละรูปแบบกันไป แต่ที่ทุกคนกลัวเหมือนกันคือสมองแก่ สมองเสื่อม เนื่องจากสมองเป็นที่อยู่ของจิตใจ ซึ่งสามารถทำให้เกิดความรู้สึก สุขทุกข์ได้มาก เมื่อมีอาการสมองแก่ เช่นขี้หลงขี้ลืม ทำเงินหาย ทำบัตรเอทีเอ็มหายบ่อยๆ ทำให้เกิดความทุกข์ใจมาก หลายคนจึงต้องดิ้นรนเสาะแสวงหาทางป้องกันความแก่ทุกวิถีทาง

     มีการศึกษาวิจัยเรื่องคาเฟอีนในกาแฟสามารถช่วยเพิ่มการทำงานของสมองหรือเพิ่มไอคิวของคนกินได้ การดื่มกาแฟช่วยกระตุ้นสมองให้แจ่มใสทำงานดีขึ้น จากการทดลองผลปรากฎว่าคนที่กินคาเฟอีนมีความจำระยะสั้นดี แต่ไม่ควรดื่มมากเกินไปซึ่งจะมีผลข้างเคียงที่ไม่ดีเกิดขึ้นได้

     อาหารสมองเป็นสิ่งที่มีการพูดถึงกันมานาน มีการเอาสารเสริมอาหารมาขายกันมาก บางอย่างเขาก็อ้างว่าทำให้สมองดีขึ้น ความจำดีขึ้น แต่ไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจน ระยะหลังนี้มีข้อมูลจากการวิจัยมากขึ้น หมอแอนดรู วีล ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการแพทย์ทางเลือก เขียนแนะนำเรื่องอาหารสมองไว้หลายอย่าง เช่น เนื้อปลา น้ำมันปลา ขมิ้น ผักผลไม้ วิตามินซี วิตามินอี ซีลีเนียม คาโรตีนอยด์

     กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3 Fatty Acid) ที่อยู่ในน้ำมันปลามีคุณสมบัติบำรุงสมองได้ ทั้งนี้เพราะสารตัวนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญของผนังเซลล์สมอง ถ้าขาดไปจะทำให้เซลล์สมองอ่อนแอ เป็นโรคได้ง่าย อาหารของชนชาติญี่ปุ่นและเมดิเตอเรเนียน ทำให้คนของเขาอายุยืนล้วนมีกรดไขมันโอเมก้า 3 มาก เนื่องจากมีเนื้อปลาอยู่มาก ผู้รู้จึงแนะนำให้กินเนื้อปลาบำรุงสมองมากกว่าเนื้อสัตว์อย่างอื่น คนที่ไม่ถนัดกินเนื้อปลาก็อาจจะใช้น้ำมันปลาที่ทำขายเป็นเม็ด (แต่ไม่ใช่น้ำมันตับปลาที่เหม็นคาว อย่างที่เด็กสมัยผมเคยถูกบังคับให้กิน) เช่น Krill Oil ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสสระและไม่เหม็นคาว เขาใช้สารตัวนี้รักษาโรคซึมเศร้า สมาธิสั้น ออทิซึม สำหรับนักมังสวิรัติ อาจจะหากรดไขมันโอเมก้า 3 กินในถั่ววอลนัท เม็ดแฟล็กซ์ ปอ หรือ สาหร่ายทะเล

     ขมิ้นที่เราเอามาทำเครื่องแกงมีสาร Curcumin ต้านการอักเสบ ช่วยลดการเสื่อมของสมองจากโรคอัลโซเมอร์ได้ มีผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตไว้ว่าคนอินเดียมีอัตราการเกิดโรคอัลโซเมอร์ต่ำที่สุดในโลก อาจเป็นเพราะคนอินเดียมีการใช้ขมิ้นทำเครื่องแกงกินกันมากนั่นเอง

     หมอวีลแนะนำว่าควรกินผักผลไม้ให้มากเข้าไว้ เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระและต้านสารพิษ ที่ทำให้เกิดมะเร็งและทำลายสมอง วิตามินซี วิตามินอี ซีลีเนียม และคาโรทีนอยด์ ถ้ากินเสริมอาหารเข้าไปอาจช่วยป้องกันความเสื่อมของสมองได้ แต่ในบรรดาสิ่งที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด หมอแอนดรู วีล กล่าวว่าไม่มีอะไรที่มีข้อมูลวิทยาศาสตร์สนับสนุนแข็งขันเท่ากับเนื้อปลาและน้ำมันปลา

     โรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์นี้ มีคนรู้จักกันมาก ใครๆ ก็กลัวโรคนี้จนมีคำถามว่าโรคนี้ป้องกันได้หรือไม่ คำตอบคือป้องกันได้บางส่วน คือชะลอมันลงไปได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการป้องกันหรือชะลอโรคอัลไซเมอร์นี้คือ การรักษาสุขภาพของระบบหลอดเลือด และหัวใจให้อยู่ในสภาพดี โดยการออกกำลังกาย เช่น วิ่งเหยาะ เดินเร็ว เต้นแอโรบิค ว่ายน้ำ เต้นรำ หรือที่ดีที่สุดคือ ทำหลายกิจกรรมอย่างว่า แบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป จะช่วยรักษาสมองของเราได้ดีกว่าอย่างอื่น (และทำให้บาดเจ็บจากการออกกำลังกายน้อยลง) นอกจากนี้ควรเลิกสูบบุหรี่ กินอาหารไขมันต่ำ ถ้าเป็นโรคเบาหวาน ต้องใส่ใจควบคุมรักษาให้น้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับดี กินผักผลไม้ให้เพียงพอ กินปลา และน้ำมันปลา (ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น) ทุกอย่างที่ว่ามานี้ร่วมช่วยกันรักษาให้หลอดเลือดทั่วร่างกาย รวมทั้งของสมองด้วยไม่ให้ตีบตัน สามารถนำออกซิเจนไปต้านความเสื่อมได้ดี

     เมื่อไม่นานมานี้พบว่าการออกกำลังกายนอกจากจะมีผลดีต่อหลอดเลือด หัวใจ และสมองแล้ว ยังกระตุ้นให้มีการผลิตสารเร่งการเสริมสร้าง (Growth Factor) ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้เซลล์ประสาทมีสุขภาพดีด้วย

     การฝึกสมองทดลองปัญญาเป็นประจำก็สามารถช่วยรักษาคุณภาพของสมองเอาไว้ได้ดี เช่น การเรียนภาษาใหม่ๆ ฝึกทดสอบความจำ ทำข้อสอบไอคิว ฯลฯ จากการศึกษาหลายชิ้นพบว่าการใช้สมองอ่านหนังสือ แก้ปริศนาอักษรไขว้ เล่นหมากรุก เล่นดนตรี สามารถลดการเกิดสมองเสื่อมได้ดีกว่าการอยู่เฉยๆ และพบว่ายิ่งทำมากยิ่งมีผลดีมาก เช่น คนแก้ปริศนาอักษรไขว้อาทิตย์ละ 4 ครั้ง สมองเสื่อมน้อยกว่าคนแก้อาทิตย์ละ 1 ครั้ง ถึง 47%

     จากข้อมูลของผู้รู้เท่าที่กล่าวมานี้ ก็สามารถช่วยให้เรารักษาประคับประคองสมองอันเป็นที่รักของเรา ให้อยู่ยั้งยืนยงไปได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สิ่งสำคัญคือต้องลงมือทำตั้งแต่บัดนี้เลย ไม่ว่าท่านจะยังหนุ่มยังสาวซิงๆ แค่ไหนก็ตาม

อ่านจบแล้วอย่าผ่านเลยไป ขอให้ปฏิบัติเท่าที่สามารถทำได้ให้มากที่สุดเพื่อสุขภาพสมองของท่านสดชื่น แข็งแรง ห่างไกลจากสมองเสื่อม สวัสดีคะ ^/\^

ขอขอบคุณ:
  • นิตยสาร HealthToday

วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เพราะเหตุใด DHA จึงสำคัญกับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์?

สวัสดีคะ ^/\^ บทความ "เพราะเหตุใด DHA จึงสำคัญกับคุณแม่ตั้งครรภ์?" เป็นบทความคัดย่อมาจากเว็บไซต์ http:/www.xtend-life.co.thm หากต้องการอ่านแบบเต็มๆ คลิกที่ลิงค์หรือรูปภาพได้เลยคะ


     โจแอนนา  แมคคิน ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการทางการแพทย์กล่าวว่า “มีกว่า 50 หลักฐานที่แสดงถึงประโยชน์ของ DHA และผลการศึกษาอีกมากมายที่บ่งชี้ว่า เด็กที่เกิดจากมารดาที่มีระดับ DHA จะมีพัฒนาการทางสมอง ตลอดจนกระบวนการนึกคิด การมองเห็น และการเจริญเติบโตที่ดีในช่วงวัยการเจริญเติบโต และอีกทั้งยังส่งผลถึงสุขภาพของมารดาหลังคลอดอีกด้วย

     หากมารดาที่ตั้งครรภ์ได้รับสารอาหารเสริมประเภท DHA นั้น จะช่วยให้ทารกในครรภ์มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ดังนี้
  • การประสานงานที่ดีของมือ และสายตา
  • กระบวนการนึกคิด
  • มีสมาธิที่ดีขึ้น

     “อีกทั้ง DHA ยังมีส่วนช่วยให้มารดายืดอายุครรภ์ออกไปได้ถึง6 วัน ซึ่งจะช่วยให้ให้ทารกได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ในครรภ์มารดา และมีผลการศึกษาที่กล่าวว่าการได้รับ DHA ที่เพียงพอระหว่างตั้งครรภ์นั้นจะช่วยให้มารดามีอารมณ์ที่สมดุลมากขึ้นด้วย และอาจช่วยลดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดอีกด้วย”

อาการซึมเศร้าหลังคลอด (PND)

     จะมีผู้หญิงประมาณ 5-25% ที่มีอาการซึมเศร้าหลังการคลอดบุตรหรือในช่วง 1 เดือนหลังคลอดบุตร
เป็นเรื่องปกติที่อาการนี้อาจเกิดขึ้นได้ เป็นช่วงเวลาที่อารมณ์จะไม่คงที่ อย่างไรก็ตามสามรถแบ่งย่อยออกเป็นระดับต่างๆตั้งแต่ ระดับน้อย กลาง รุนแรง (baby Blues) ไปจนถึงอาการโรคประสาท

     โจแอนนากล่าวว่า “ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์และหลังคลอดของมารดาจะการเพิ่มขึ้นของ ภาวะการอักเสบ (Pro-inflammatory Agents) หรือเรียกว่า Cytokines ในร่างกาย ภาวะเหล่านี้จะส่งผลต่อการนอนหลับของมารดา อาการปวดหลังคลอด ความรู้สึกเจ็บป่วยทางด้านจิตใจทั้งในอดีตและปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดความเครียด และอาจกลายเป็นภาวะซึมเศร้า

     ยังมีการศีกษาที่พบว่าส่วนใหญ่ผู้ที่มีอาการเหล่านี้จะเป็นกลุ่มที่มีระดับ DHA ในเม็ดเลือดแดงต่ำ กรดไขมันโอเมก้า 3 นี้มีส่วนช่วยในการต่อต้านอาการอักเสบ และช่วยลดภาวะอาการทางอารมณ์ได้อีกด้วย” เธอกล่าว

โอเมก้า 3 สำคัญกับเด็กเท่านั่นหรือ?

     จริงๆแล้วก็ใช่ ผลการทดลองพิสูจน์ว่า DHA สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาสมองในเด็กในทุกช่วงอายุ ดังที่กล่าวข้างต้น  ทารกในครรภ์มารดาสามารถได้รับประโยชน์ของ DHA และยังส่งผลให้ IQ พัฒนาได้มากขึ้นจนอายุถึง 4 ปี

     ยังมีผลการพิสูจน์เพิ่มเติมดังนี้:
  • ทารกแรกเกิด ถึง 6 เดือน ทารกจะได้รับประโยชน์ในเรื่องการประสานงานของประสาทมือและตาเมื่อเปรียบเทียบผล เมื่ออายุ 2 ปี
  • ช่วงอายุ 6 เดือนถึง 12 ปี DHA จะถูกใช้ในการพัฒนาฮอร์โมนที่สำคัญของระบบประสาท และช่วยพัฒนาการเจริญเติบโตของทารกอีกด้วย
  • ช่วงอายุ 2-5 ปี จากผลการสำรวจพบว่าหาเด็กในช่วงอายุนี้มี DHA ต่ำก็จะมีผลให้เกิดความเสียงต่อโรค ADHD, ปัญหาด้านสายตา และโรคซึมเศร้ า

ผู้อำนวยการแพทย์ของ Xtend-Life Dr. Anthony Perillo

      Dr. Anthony กล่าวว่า เด็กที่เกิดจากมารดาที่เป็นโรคหืดหอบนั้น หากมารดาได้รับปริมาณของน้ำมันปลาที่เพียงพอประมาณ 71% ที่โรคหืดหอบจะพัฒนา ไม่ใช่ว่าจะเป็นปลาอะไรก็ได้ อาหารจำพวกปลาทอดจะมีปริมาณของกรดไขมันโอเมก้า 6 ที่สูงซึ่งจะส่งผลให้มีโอกาสเป็นโรคหืดหอบมากขึ้น

     “เด็กที่เกิดจากมารดาที่มีโรคประจำตัวหรือโรคภูมิแพ้แทรกซ้อน แต่รับประทานโอเมก้า 3 เสริมจะช่วยให้เด็กลดอัตราการแพ้อาหารประเภทโปรตีนไข่ได้ถึง 3 เท่าและข่วยลดอัตราเสี่ยงของผิวหนังอักเสบจากโรคภูมิแพ้ได้ถึง 10 เท่า”

     และมีรายงานว่าเด็กที่มีปริมาณ DHA ต่ำนั้นมีโอกาสเกิดโรค ADHD โรคทางสายตาและอาการซึมเศร้าได้สูงกว่า

     การบริโภคโอเมก้า 3 ในระหว่าการตั้งครรภ์ และช่วงที่ทารกกำลังเจริญเติบโตนั้นอาจมีผลดีในทางบวกกับค่า BMI ในเด็ก การควบคุมน้ำหนักและการลำเลียงกลูโคสในเด็กสามารถช่วยลดปัญหาโรคอ้วนหรือโรคเบาหวานในเด็กได้อีกด้วย

มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าการได้รับ DHA มีประโยชน์เป็นอย่างมากกับคุณแม่หลังคลอด ไม่เพียงเท่านั้นยังมีประโยชน์มากกับเด็กรวมถึงทารกอีกด้วย  ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโอเมก้า 3 / ดีเอชเอน้ำมันปลาของ Xtend-Life นั้นจะช่วยให้คุณแม่และเด็กมีสุขภาพที่ดี และยาวนาน สวัสดีคะ ^/\^

ขอขอบคุณ

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

โอเมก้า 3 คิวเอช อัลตร้า (Omega 3 QH Ultra)

สวัสดีคะ ^/\^ โพสต์ที่แล้วได้กล่าวถึงน้ำมันปลาสูตรที่ 3 คือ โอเมก้า3 ดีเอชเอ, น้ำมันปลาพริเมี่ยม ซึ่งโดดเด่นในการต้านสารอนุมูลอิสระ, มะเร็ง, บำรุงผิวพรรณ คุณสมบัติก็มากแล้ว น้ำมันปลาสูตรที่ 4 โอเมก้า 3 คิวเอช อัลตร้า จะมีอะไรที่เพิ่มเข้ามาอีก? เชิญติดตามได้คะ

โอเมก้า3 ดีเอชเอ, น้ำมันปลาพริเมี่ยม
โอเมก้า 3 คิวเอช อัลตร้า


โอเมก้า 3 คิวเอช อัลตร้า มีส่วนผสมเช่นเดียวกับ โอเมก้า3 ดีเอชเอ, น้ำมันปลาพริเมี่ยม รวมกับ Ubiquinol หรือโคเอ็นไซม์คิว 10 ในรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ง่ายทำให้ โอเมก้า 3 คิวเอช อัลตร้า มีคุณสมบัติเด่นในการป้องกันและบรรเทาโรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยเพิ่มระดับพลังงาน

Ubiquinol หรือโคเอ็นไซม์คิว 10 เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธภาพสูงที่ช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์อันนำไปสู่โรคเรื้อรังต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยทางการแพทย์พบว่าสารดังกล่าวมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงการพัฒนาของกลุ่มโรคทางระบบประสาท เช่น พาร์กินสัน โรคเกี่ยวกับระบบความจำ เช่น ความจำสั้น ความจำเสื่อม เป็นต้น ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยบรรเทาอาการไมเกรน

เพิ่มเติม | สั่งซื้อ

ว้าว! น้ำมันปลาโอเมก้า 3 คิวเอช อัลตร้า นอกจากจะต้านสารอนุมูลอิสระ, มะเร็ง, บำรุงผิวพรรณแล้ว ยังมีคุณสมบัติเด่นในการป้องกันและบรรเทาโรคหัวใจและหลอดเลือด และลดความเสี่ยงการพัฒนาของกลุ่มโรคทางระบบประสาท โรคเกี่ยวกับระบบความจำ ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยบรรเทาอาการไมเกรน คุณสมบัติครอบคลุมขนาดนี้ "คุณประโยนช์เต็มเม็ด" จริงๆ คะ

โพสต์ต่อไปเป็นเรื่องอะไร โปรดติดตามต่อไปสวัสดีคะ ^/\^

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

โอเมก้า 3 ดีเอชเอ น้ำมันปลาพริเมี่ยม (Omega 3 DHA Fish Oil Primium)

สวัสดีคะ ^/\^ โพสต์ที่แล้วได้เล่าสู่กันฟังของ โอเมก้า 3 ดีเอชเอ น้ำมันปลา มินิ 500 มิลลิกรัม ครั้งนี้มาบอกเล่าน้ำมันปลาสูตรที่ 3 กันคะ ซึ่งโดดเด่นในการต้านสารอนุมูลอิสระ, มะเร็ง, บำรุงผิวพรรณคะ

โอเมก้า3 ดีเอชเอ น้ำมันปลาพริเมี่ยม มีส่วนผสมดังเช่นโอเมก้า 3 ดีเอชเอ น้ำมันปลา 1000 มิลลิกรัมรวมกับส่วนผสมสำคัญจากธรรมชาติสองชนิดได้แก่ สารสกัดเชิงซ้อนไลโคปีนจากน้ำมะเขือเทศและแอสตาแซนธินจากสาหร่าย จึงทำให้โอเมก้า3 ดีเอชเอ น้ำมันปลาพริเมี่ยมมีคุณสมบัติเด่นในการต้านสารอนุมูลอิสระ

โอเมก้า 3 ดีเอชเอ น้ำมันปลา 1000 มิลลิกรัม
โอเมก้า3 ดีเอชเอ น้ำมันปลาพริเมี่ยม

จากรายงานการทดลองพบว่าสามารถป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็งที่อวัยวะต่างๆ เช่น ปอด ลำไส้ ตับ ต่อมลูกหมาก และเต้านม เป็นต้น ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ก่อนเวลาอันควรได้ถึงระดับ DNA (Aging Process) ช่วยบำรุงผิวพรรณให้คุณดูดีจากภายในสุ่ภายนอกและป้องกันการถูกทำร้ายของผิวจากรังสี UV

เพิ่มเติม | สั่งซื้อ

ในเดือนพฤษภาคมนี้มีโปรโมชั่นสั่งซื้อน้ำมันปลาพริเมี่ยม 2 ขวดแถม 1 ขวด สวัสดีคะ ^/\^

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ไลโคปีน (Lycopene) กับลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง

สวัสดีคะ ^/\^ มะเร็งจัดเป็นโรคที่น่ากลัวอันดับต้นๆ ในบรรดาปัญหาสุขภาพ หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังสงสัยว่าจะเป็นมะเร็ง มีความเสี่ยงเริ่มเป็นหรือเป็นมะเร็งแล้วอาจเกิดความกังวลต่างๆ นานา ควรพยายามทำใจให้เป็นปกติ มีสติที่จะดูแลตัวเองและปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอ เพราะปัจจุบันโรคมะเร็งสามารถรักษาให้หายได้

อาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง คืออาหารประเภทข้าว แป้งที่ไม่ขัดสี เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น เนื้อปลา สันในไก่ อกไก่ และผักผลไม้ที่มีกากใยสูง เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง มะละกอ เพราะเส้นใยมีประโยชน์ในการไปจับสารก่อมะเร็ง (Carcinogen) แล้วขับออกทางปัสสาวะ ที่สำคัญคือควรดื่มน้ำมากๆ

ส่วนอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงคือเนื้อแปรรูป เช่น หมูบด เนื้อสะโพก ไส้กรอง และโดยเฉพาะอาหารที่ผ่านน้ำมันทอดซ้ำที่เป็นแหล่งของอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็ง จากการวิจัยพบว่าวิตามินหลากหลายชนิดในผักและผลไม้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ให้ผลป้องกัน และจับอนุมูอิสระที่เป็นสาเหตุของมะเร็งได้ดี

โอเมก้า 3 ดีเอชเอ น้ำมันปลาพริเมี่ยม

ทำความรู้จักกับสารไลโคปีน (Lycopene)

ไลโคปีน จัดเป็นสารในกลุ่มของแคโรทีนอยด์ (carotenoid) ที่พบกระจายอยู่ทั่วไปในร่างกาย แต่เนื่องจากร่างกายมนุษญ์ไม่สามารถสังเคราะห์แคโรทีนอยด์ขึ้นเองได จึงจำเป็นต้องได้รับจากการบริโภค ส่วนใหญ่แล้วไลโคปีนที่เรารับประทานกัน (55%) ได้มาจากผลของมะเขือเทศรวมทั้งผลิตภัณฑ์จากมะเขื่อเทศ และยังพบได้จากผลไม้อื่นๆ หลายชนิด ได้แก่ แตงโม ฝรั่ง มะละกอ และพืชพวกส้ม

จากการศึกษาถึงประสิทธิภาพในการต้านมะเร็งของสารไลโคปีนอยู่หลายงาน ยกตัวอย่างเช่น
  • การรับประทานอาหารที่มีไลโคปีนสูงสามารถเพิ่มปริมาณไลโคปีนในเลือด และส่งผลลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิงวัยกลางคนขึ้นไป
  • ไลโคปีนอาจมีส่วนสำคัญในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก โดยจะลดการเกิดเนื้องอกและยับยั้งการพัฒนา วงจรชีวิตของเซซล์ในช่วงต้นของการเกิดเซลล์มะเร็ง (ระยะG1) และไลโคปีนอาจช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ
  • การรับประทานมะเขือเทศในอัตราสูงจะช่วยลดอัตราการเป็นโรคมะร็งต่อมลูกหมากทุกประเภทได้ถึง 35% และลดความรุนแรงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก 53%
  • สารสกัดจากมะเขือเทศที่ประกอบด้วยไลโคปีน 30 มิลลิกรัมต่อวันจะช่วยลดการเจริญเติบโตของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในคนไขภายหลังจากการรักษาโรคมาแล้ว 3 สัปดาห์
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยรักษาสุขภาพให้แข็งแรงไม่มองข้ามอาการหวัดเล็กๆ น้อยๆ นะคะ สวัสดีคะ ^/\^

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

โอเมก้า 3 ดีเอชเอ น้ำมันปลา มินิ 500 มก. (Fish oil mini)

สวัสดีคะ ^/\^

โพสต์ครั้งที่แล้วได้กล่าวถึงส่วนประกอบหลักของน้ำมันปลาไปแล้ว ซึ่งถือว่าน้ำมันปลาทุกสูตรมีส่วนประกอบหลักเช่นเดียวกับ โอเมก้า 3 ดีเอชเอ น้ำมันปลา 1000 มิลลิกรัม ส่วนโพสต์นี้จะกล่าวถึง โอเมก้า 3 ดีเอชเอ น้ำมันปลา มินิ 500 มิลลิกรัม ทำไมต้องเป็น 500 มิลลิกรัม? มาหาคำตอบด้วยกันคะ

โอเมก้า 3 ดีเอชเอ น้ำมันปลา 1000 มิลลิกรัม
โอเมก้า 3 ดีเอชเอ น้ำมันปลา มินิ 500 มิลลิกรัม

โอเมก้า 3 ดีเอชเอ น้ำมันปลา มินิ 500 มิลลิกรัม มีส่วนผสมดังเช่นโอเมก้า 3 ดีเอชเอ น้ำมันปลา 1000 มิลลิกรัม ทุกกระการ เพียงมีขนาดแคปซูลที่เล็กเหมาะสำหรับเด็กหรือผู้ที่เริ่มรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ช่วยบำรุงสมองและจอประสาทตา โดยเฉพาะวัยเด็กซึ่งกำลังมีพัฒนาการทางด้านระบบประสาท

คลิปVDO ด้านล่างเป็นการติดตามโครงการซึ่งเวลาผ่านไป 6 เดือนที่ Xtend-Life ร่วมกับอาสาสมัครจากมูลนิธิออทิสติกไทยรับน้ำมันปลากลับไปทานแล้วเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในเดือนที่ 3-4

ซึ่งโดยปกติแล้วผู้เป็นออทิสติกจะได้รับการรักษาโดยทานน้ำมันปลาอยู่แล้ว แต่ทำไมผู้รับการรักษาทั่วไปทานน้ำมันปลามาเป็นปีๆ แล้วอาการไม่ดีขึ้นเลย ดิฉันอยากจะฝากว่าผลิตภัณฑ์น้ำมันปลาที่ท่านทานนั้นมีคุณภาพหรือไม่ ดิฉันเชื่อเมื่อท่านได้ชมคลิปVDO นี้แล้วสามารถไขข้อข้องใจได้คะ

โปรดติดตามน้ำมันปลาสูตรที่ 3 ได้ในโพสต์ต่อไปคะ ^/\^

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2556

เพื่อพัฒนาการของเด็กตั้งแต่ในครรภ์ (OMEGA3)

สวัสดีคะ ^/\^ เพื่อการพัฒนาการของเด็กควรเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาถึงอายุ 4 ปี หากรอให้โตกว่านี้อาจจะเพิ่มศักยภาพให้เด็กกับเด็กไม่เพียงพอคะ
  • สำหรับเด็กเล็กควรให้ได้ดื่มนมเป็นประจำเช้าและเย็น โดยเฉพาะนมแม่ นมจะไปช่วยให้ร่างกายเด็กเจริญเติบโตเร็วขึ้นเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
  • อาหาร 5 หมู่ ที่อาจจะยังต้องทำให้เป็นชิ้นเล็กๆ นิ่มเพื่อให้เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย สามารถฝึกให้น้องๆ กินผักที่รวมกันหลากสีสันเพื่อให้ดูน่าทาน ทั้งยังช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินและช่วยระบบขับถ่ายที่ดี
  • ไม่ควรให้เด็กกินขนมหวานมากเกินไป เพราะจะทำให้กินข้าวได้น้อยลง ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายได้รับสารอาหารน้อยลงตามไปด้วย และที่สำคัญอาจทำให้เด็กติดของหวานจนเกิดภาวะโรคอ้วนได้
  • อาหารเสริมสำเร็จรูปทีีต้องผสมน้ำต้มสุก่อนรับประทานควรเลือกที่ทำมาจากธัญพืช เช่น ข้าวโอ้ต ข้าวสาลี แล้วเติมวิตามินต่างๆ ลงไป ถ้าเป็นชนิดที่ไม่ผสมผักหรือเนื้อสัตว์สำเร็จรูปก็ควรเพื่อมอาหารสดผสมไปด้วย และระวังอย่าให้มีส่วนผสมของน้ำตาลมากเกินไปเพราะจะทำให้เด็กติดรสเหวาน
  • การดูแลทางจิตใจมีความสำคัญไม่แพ้กัน ส่งเสริมศักยภาพของเด็กด้วยการชื่นชมและให้การสนับสนุน การสัมผัสและกอดเป็นการแสดงความรักที่ดีที่สุด ไม่สร้างเงื่อนไข ความคาดหวัดมากเกินไปเพราะอาจทำให้เด็กมีปมปัญหา
นอกจากนี้การเสริมอาหารด้วย OMEGA3 ในเด็กจะช่วยให้พัฒนาการของเด็กวัยนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น OMEGA3 คือ กรดไขมันจำเป็นซึ่งร่างกายสร้างเองไม่ได้ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น มีมากในปลาทะเล กรดไขมัน OMEGA3 ที่สำคัญ 2 ชนิดเป็นส่วนประกอบโครงสร้างของเซลล์ต่างๆ และส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน
  • การเสริม DHA ในคุณแม่ตั้งครรภ์ เพิ่มทักษะการเคลื่อนไหว สมาธิและการจดจำในเด็กแรกเกิ เพราะ DHA คือ โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของเซลล์สมองและจอประสาทตา
  • เด็กที่เสริมอาหารด้วย DHA ก่อน 4 ขวบ ส่งผลต่อ IQ ที่สูงขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงที่เซลล์สมองแตกแขนง
  • คุณแม่ที่เสริมอาหารด้วย OMEGA3 จะมีการถ่ายทอดภูมิคุ้มกันสู่เด็กผ่านทางน้ำนม ลดโรคภูมิแพ้ในเด็ก
  • รักษาหอบหืด ลดการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุทางเดินหายใจ และลดการตอบสนองทางภูมิแพ้
  • ช่วยลดภูมิแพ้ตามฤดูกาล ลดการอักเสบเยื่อบุโพรงจมุก ซึ่งเป็นที่มาของโรคไซนัส อาการน้ำมูกไหล ไอ และจาม
สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลา OMEGA3 Xtendlife นั้น บริษัทได้เล็งเห็นถึงประสิทธิภาพของกรดไขมัน OMEGA3 โดยเฉพาะ DHA ว่าเป็นประโยชน์ต่อเด็กในด้านการพัฒนาสมองและระบบประสาทได้ดี จึงได้จัดทำโครงการ WE BELIEVE ซึ่ง Xtend Life ดีใจที่ได้มอง OMEGA3 MINI ให้กับน้องๆ ออทิสติกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 1 ปี และภูมิใจที่ได้รับมอบโล่รางวัล Autistic Thai Award ประจำปี 2555 จากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ เพื่อเป็นเกียรจิแด่ ธุรกิจที่สร้างสรรค์สังคม ลองมาฟังเสียงผลตอบรับจากผู้ปกครองของน้องๆ กันคะ สวัสดีคะ ^/\^



ดู VDO โครงการ WE BELIEVE คลิกที่นี่

ที่มาข้อมูล
  • http://4u2.lovelifelivelonger.com
  • "โอเมก้า 3-6-9 ไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย" สำนักโภชนาการ กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข http://nutrition.anamai.moph.go.th

วันจันทร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2556

การเลือกซื้อน้ำมันปลา (Fish Oil)

สวัสดีคะ ^/\^ ดิฉันมีข้อแนะนำในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันปลาเพื่อความคุ้มค่า สะอาด และปลอดภัยมาฝากคะ


ทำมาจากปลาอะไร?
ผลิตภัณฑ์น้ำมันปลาที่ดีควรบอกว่าทำมาจากปลาอะไร ปลากี่ชนิด โดยระบุชื่อและจำนวนชนิดปลาอย่างเปิดเผย

ปลามาจากน่านน้ำที่ไหน?
กล้าบอกแหล่งน้ำที่นำปลามาผลิตซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผลิตภัณฑ์มี ความสะอาด ปราศจากสารตกค้างหรือไม่ เพราะหากเป็นแหล่งน้ำที่มีเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่แล่นผ่านจะมีการทิ้งร่ิองรอยของน้ำมันไว้ เช่นเดียวกับเวลาเราไปเที่ยวทะเลแล้วมีเรือสปีดโบ็ทจอดอยู่เราจะเห็นคราบ น้ำมันลอยแลดูสกปรกไม่น่าเล่นน้ำ แล้วถ้าเราต้องทานปลาจากแหล่งน้ำดังกล่าวคงเป็นผลร้ายมากกว่าผลดีอย่างแน่นอน

ระบุส่วนผสมชัดเจนหรือไม่? การระบุส่วนผสมว่านอกจากน้ำมันปลายังมีส่วนผสมอย่างอื่นอีกหรือไม่  และที่สำคัญกล้าบอกว่ามีระดับของ DHA เท่าไร มิใช่บอกเพียงว่า "สูง" เท่านั้น

         

น้ำมันปลาของเอ็กเท็นไลฟ์มี 4 สูตรด้วยกัน ซึ่งล้วนมีรายละเอียดหลักที่เหมือนกันในโอเมก้า 3 ดีเอชเอ น้ำมันปลา 1000 มิลลิกรัมดังต่อไปนี้

ผลิตจากการรวมเอาปลา 2 ชนิดคือ ปลาโอกิซึ่งเป็นปลาพื้นเมืองของประเทศนิวซีแลนด์และปลาทูน่าผลลัพธ์ที่ได้คือประสิทธิภาพของการต้านอาการอักเสบที่มากขึ้นถึงสองเท่า และระดับของ DHA ที่สูงกว่าน้ำมันปลาทั่วไปถึง 280 มก. อีกทั้งวิตามินอีจากธรรมชาติที่ได้นั้นยังเพิ่มการต้านอนุมูลอิสระ

ส่วนผสมของสารสกัดโรสแมรี่ช่วยเพิ่มคุณค่าและรักษาความสด สะอาด อีกทั้งมีสรรพคุณช่วยเพิ่มการหลั่งอินซูลินของเบต้าเซลล์ในตับอ่อน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

เนื่องจากผลิตภัณฑ์โอเมก้า 3 สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกที่อยู่แถบมหาสมุทรตอนใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งไม่มีเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ผ่านจึงจัดเป็นแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์แห่งหนึ่งของโลกโอกาสพบการแพ้หรือผลข้างเคียงใดๆ จึงน้อยมาก อย่างไรก็ตามผู้ที่แพ้อาหารทะเลบางชนิดอาจเกิดอาการแพ้ได้ หากมีอาการดังกล่าวแนะนำให้รับประทานวันเว้นวัน หรือลดปริมาณการรับประทานลงและสังเกตอาการ หากไม่เกิดผลข้างเคียงใดๆ ก็สามารถเพิ่มปริมาณการับประทานตามที่แนะนำ

ส่วนน้ำมันปลาในสูตรอื่นๆ ดิฉันจะทะยอยนำมาโพสต์ในลำดับต่อไปคะ สวัสดีคะ ^/\^