วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556

โลหิตที่ได้รับจากการบริจาคนำไปทำอะไรบ้าง (Blood Components Transfusion) 2

สวัสดีคะ ^/\^

โพสต์ที่ผ่านมาได้กล่าวถึงส่วนประกอบของโลหิต นึกไม่ถึงว่าโลหิตจะมีส่วนประกอบมากมายขนาดนี้ โพสต์ครั้งนี้เรามาดูว่า "การใช้ส่วนประกอบโลหิตและผลิตภัณฑ์โลหิต" จะเป็นอย่างไรท่านใดสนใจอ่านย้อนหลังคลิกลิงค์ที่ "บทความน่าอ่าน" คะ


การใช้ส่วนประกอบโลหิตและผลิตภัณฑ์โลหิต (Blood Components and Blood Products)

1. โลหิตรวม (Whole Blood) ใช้กับผู้ป่วยที่เกิดภาวะเสียโลหิต เช่น อุบัติเหตุ โลหิตออกในกระเพาะอาหารและลำไส้ การผ่าตัดหัวใจ เป็นต้น

2. โลหิตรวมที่มีเม็ดโลหิตขาวต่ำมาก (Leukodepleted Whole Blood: LDWB) ลดปฏิกิริยาจากการให้เลือดที่เกิดจากเม็ดโลหิตขาวได้ใช้กับผู้ป่วยที่เกิดภาวะเสียโลหิต

3. เม็ดโลหิตแดงเข้มข้น (Packed Red Cells: PRC) เตรียมโดยการปั่นแยกเอาพลาสมาจากโลหิตทั้งหมด เหลือแต่เม็ดโลหิตแดง ใช้สำหรับการถ่ายโลหิตและใช้ในการผ่าตัด ผู้ป่วยโรคหัวใจ โลหิตจาง และในภาวะคนป่วยที่ซีดมาก เช่น โรคกระดูกฝ่อ มะเร็งเม็ดเลือด ธาลัสซิเมีย เป็นต้น

4. เม็ดโลหิตแดงเข้มข้นที่มีเม็ดโลหิตขาวต่ำมาก (Leukodepleted Packed Red Cells: LDPRC) ลดปฏิกิริยาจากการให้เลือดที่เกิดจากเม็ดโลหิตขาวได้ ใช้ในการผ่าตัดภาวะซีดบางโรค เป็นต้น

5. เม็ดโลหิตแดงเข้มข้นที่มีเม็ดโลหิตขาวต่ำ (Leukocyte-Poor Packed Red Cells: LPRC) เตรียมโดยการใช้เครื่องบีบอัตโนมัติแยกเม็ดโลหิตขาวออก ใช้สำหรับผู้ปวยที่มีอาการแพ้เม็ดโลหิตขาว และผู้ป่วยที่ต้องรับเลือดบ่อยๆ ลดปฏิกิริยาจากการให้เลือดใช้ในการผ่าตัด ภาวะซีดบางโรค เป็นต้น

6. เกล็ดโลหิตเข้มข้น (Plateler Concentrates: PC) ได้จากการปั่นแยกจากโลหิตรวม รักษาผู้ป่วยที่ภาวะเกล็ดโลหิตต่ำ เช่น ไข้เลือดออก, เลือดออกในสมอง, เกล็ดเลือดไม่ทำงาน, คนไข้ไขกระดูกฝ่อ เป็นต้น

7. เกล็ดโลหิตเข้มข้นที่มีเม็ดโลหิตขาวต่ำ (Leukoctr-Poor Platelet Concentrate: LPPC) สามารถลดปฏิกิริยาจากการให้เลือดที่เกิดจากเม็ดโลหิตขาวได้ ใช้กับผู้ป่วยที่เกล็ดโลหิตผิดปกติ


โพสต์ครั้งนี้เกริ่นไว้ 7 ข้อก่อน โพสต์ถัดไปจะกลาวถึง 7 ข้อถัดไปโปรดติดตามคะ ^/\^

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2556

Facebook ของคุณเป็น https หรือยัง?

สวัสดีคะ ^/\^

ผู้ที่ทำธุรกรรมทางอินเตอร์เน็ตจะคุ้นกับ https กันดี เพราะเป็นการเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้นและจะมีสัญลักษณ์แม่กุญแจด้วย การเข้าบัญชี Email เดียวนี้ก็เป็น https กันแล้ว (หากไม่เชื่อลองสังเกตก่อนคลิกปุ่มเข้าใช้นะคะ) รวมถึง Facebook ด้วย ไม่ทราบว่า Facebook ของท่านเป็น https หรือยังคะ?

ความหมายคำ

     HTTP (HyperText Transfer Protocol) เกณฑ์วิธีขนส่งข้อความหลายมิติ คือโพรโทคอลในระดับชั้นโปรแกรมประยุกต์เพื่อการแจกจ่ายและการทำงานร่วมกันกับสารสนเทศของสื่อผสม ใช้สำหรับการรับทรัพยากรที่เชื่อมโยงกับภายนอก ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งเวิลด์ไวด์เว็บ

     HTTPS (Hypertext Transfer Protocol Secure) เกณฑ์วิธีขนส่งข้อความหลายมิติแบบมั่นคง เป็นการผสม Hypertext Transfer Protocol เข้ากับโพรโทคอล SSL/TLS เพื่อสร้างการสื่อสารแบบเข้ารหัส และความสามารถในการระบุเว็บเซิร์ฟเวอร์ว่าปลอดภัย การเชื่อมต่อแบบ HTTPS มักใช้สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินบนเว็บ และการทำธุรกรรมที่ต้องรักษาเป็นของลับในระบบสารสนเทศของบริษัท

     SSL หรือ TLS Transport Layer Security (TLS) หรือชื่อเดิม Secure Sockets Layer (SSL) เป็นโพรโทคอลที่ใช้เข้ารหัสข้อมูลที่ส่งในอินเทอร์เน็ต เช่น เว็บเพจ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรมสนทนา และอื่นๆ เพื่อความปลอดภัยในการส่งข้อมูล มีข้อแตกต่างในรายละเอียดทางเทคนิคระหว่าง SSL 3.0 และ TLS 1.0 เพียงเล็กน้อย ดังนั้นตัวย่อ SSL จะหมายถึงโพรโทคอลทั้งคู่ ในกรณีที่ไม่ระบุว่าตัวใดตัวหนึ่งเป็นพิเศษ ทั้ง SSL และ TLS เครื่องหมายรับรองความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกหรืออนุมัติโดย CA (Certificate Authority)

ขั้นตอนการทำให้ Facebook เป็น https

1. หลังจาก Log in เข้า Facebook แล้ว, คลิกรูปเฟือง (Setting), คลิกตั้งค่าบัญชีผู้ใช้

2. คลิกหัวข้อความปลอดภัย, คลิกแก้ไขที่เรียกดูแบบปลอดภัย, คลิกถูกที่เรียกดู Facebook บนการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย (https) เมื่อสามารถทำได้

3. คลิกบันทึกการเปลี่ยนแปลง

เพียงเท่านี้ Facebook ของคุณก็ปลอดภัยมากขึ้นด้วย https แล้วคะ? ^/\^

ขอขอบคุณ
  • http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA
  • http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B5
  • http://th.wikipedia.org/wiki/SSL
  • http://www.boarddev.com/forum/index.php?topic=3654.0

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556

โลหิตที่ได้รับจากการบริจาคนำไปทำอะไรบ้าง (Blood Components Transfusion) 1

สวัสดีคะ ^/\^

หลายท่านอาจจะเคยได้ยินว่าว่าโลหิตที่ได้รับการบริจาค 1 ถุงจะนำไปแยกส่วน เพื่อสามารถช่วยเหลือชีวิตคนได้มากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของโพสต์ "โลหิตที่ได้รับจากการบริจาคนำไปทำอะไรบ้าง (Blood Components Transfusion)" คะ


ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่า การใช้โลหิตที่แยกส่วน (Blood Components Transfusion) เป็นการรักษาที่ดีที่สุด หากว่าผู้ป่วยขาดเพียงส่วนประกอบใดส่วนหนึ่งของโลหิตเท่านั้น โลหิตที่ได้รับการบริจาค 1 ยูนิต (1 ถุง) สามารถนำไปปั่นแยกส่วนประกอบต่างๆ การนำโลหิตมาแยกส่วนประกอบนั้นเป็นการใช้โลหิตที่เหมาะสม และใช้ได้ตรงตามอาการของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นผู้ที่บริจาคโลหิตแต่ละครั้งท่านสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้มากกว่า 1 คน


ส่วนประกอบโลหิต (Blood Components) แยกเป็นส่วนๆ ได้ดังนี้

1. พลาสมา (Plasma) มีส่วนประกอบดังนี้
     1.1 โปรตีน (Protein) ส่วนของโปรตีนประกอบด้วย อิมมูโนโกลบูลิน (Immunoglobulins), แอลบูมิน (Albumin)
     1.2 แฟคเตอร์ที่ทำให้เลือดแข็งตัวเป็นลิ่ม (Coltting Factors) มีส่วนประกอบดังนี้
          - ไฟบริโนเจน (Fibrinogen)
          - แฟคเตอร์ 5,8 โปรทรอมบินคอมเพล็กซ์ แฟคเตอร์ 2,7,9,10

2. บัพฟีโคท (Buffy coat) มีส่วนประกอบดังนี้
     2.1 เกล็ดโลหิต (Platelets)
     2.2 เม็ดโลหิตขาว (White Blood Cells)

3. เม็ดโลหิตแดง (Red Blood Cells)


แค่ส่วนประกอบโลหิตนี้ก็แตกต่างจากสมัยที่ดิฉันเรียนมัธยมแล้ว ในตอนนั้นมีเม็ดเลือดแดง, เม็ดเลือดขาว, เกล็ดเลือด ส่วนพลาสมามีรึเปล่านั้นจำไม่ได้ (ฮา) ^v^" และก็ไม่ได้ลงรายละเอียดแบบนี้หรอกคะ เรามาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันดีกว่าคะ โพสต์ต่อไปคือ "การใช้ส่วนประกอบโลหิตและผลิตภัณฑ์โลหิต" โปรดติดตามคะ ^/\^