วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556

โลหิตที่ได้รับจากการบริจาคนำไปทำอะไรบ้าง (Blood Components Transfusion) 1

สวัสดีคะ ^/\^

หลายท่านอาจจะเคยได้ยินว่าว่าโลหิตที่ได้รับการบริจาค 1 ถุงจะนำไปแยกส่วน เพื่อสามารถช่วยเหลือชีวิตคนได้มากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของโพสต์ "โลหิตที่ได้รับจากการบริจาคนำไปทำอะไรบ้าง (Blood Components Transfusion)" คะ


ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่า การใช้โลหิตที่แยกส่วน (Blood Components Transfusion) เป็นการรักษาที่ดีที่สุด หากว่าผู้ป่วยขาดเพียงส่วนประกอบใดส่วนหนึ่งของโลหิตเท่านั้น โลหิตที่ได้รับการบริจาค 1 ยูนิต (1 ถุง) สามารถนำไปปั่นแยกส่วนประกอบต่างๆ การนำโลหิตมาแยกส่วนประกอบนั้นเป็นการใช้โลหิตที่เหมาะสม และใช้ได้ตรงตามอาการของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นผู้ที่บริจาคโลหิตแต่ละครั้งท่านสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้มากกว่า 1 คน


ส่วนประกอบโลหิต (Blood Components) แยกเป็นส่วนๆ ได้ดังนี้

1. พลาสมา (Plasma) มีส่วนประกอบดังนี้
     1.1 โปรตีน (Protein) ส่วนของโปรตีนประกอบด้วย อิมมูโนโกลบูลิน (Immunoglobulins), แอลบูมิน (Albumin)
     1.2 แฟคเตอร์ที่ทำให้เลือดแข็งตัวเป็นลิ่ม (Coltting Factors) มีส่วนประกอบดังนี้
          - ไฟบริโนเจน (Fibrinogen)
          - แฟคเตอร์ 5,8 โปรทรอมบินคอมเพล็กซ์ แฟคเตอร์ 2,7,9,10

2. บัพฟีโคท (Buffy coat) มีส่วนประกอบดังนี้
     2.1 เกล็ดโลหิต (Platelets)
     2.2 เม็ดโลหิตขาว (White Blood Cells)

3. เม็ดโลหิตแดง (Red Blood Cells)


แค่ส่วนประกอบโลหิตนี้ก็แตกต่างจากสมัยที่ดิฉันเรียนมัธยมแล้ว ในตอนนั้นมีเม็ดเลือดแดง, เม็ดเลือดขาว, เกล็ดเลือด ส่วนพลาสมามีรึเปล่านั้นจำไม่ได้ (ฮา) ^v^" และก็ไม่ได้ลงรายละเอียดแบบนี้หรอกคะ เรามาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันดีกว่าคะ โพสต์ต่อไปคือ "การใช้ส่วนประกอบโลหิตและผลิตภัณฑ์โลหิต" โปรดติดตามคะ ^/\^

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2556

Happy New Year 2556/ 2013

สวัสดีปีใหม่คะ คงยังไม่ช้าเกินไปที่จะเอ่ยนะคะ ^/\^

ผ่านวันสิ้นโลกมาแล้วตอนนี้โลกเราก็ยังสงบสุข และทำให้ได้รับรู้ว่ามีความเชื่อต่างๆ หลายแขนงเกี่ยวกับวันสิ้นโลกนี้ ซึ่งดิฉันได้อ่านบทความ "หลังปี 2012 มีคำทำนายโลกแตก... ปีไหนอีกบ้าง?" ของคุณบัญชา ธนบุญสมบัติ ทำให้ทราบว่าคำทำนายเกี่ยวกับวันสิ้นโลกมีมานานแล้วก่อนที่เราจะเกิดเสียอีก

http://manyendings.com เป็นเว็บไซต์ที่คุณบัญชา ให้ดูขำๆ (เพราะไม่เกิดขึ้นจริง) ว่าเราจะคงอยู่กับประเด็นนี้ไปอีกนานถึง 4,500,000,000 ปี (สี่พันห้าร้อยล้าน) หรือจนกว่าจะถึงวันสิ้นโลกจริงๆ (ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์มีการคาดการณ์ไว้เช่นกัน)

กลุ่มที่อ้างปฏิทินมายาจะบอกว่าวันสิ้นโลกจริงๆ มันอีก 100 ปี คือ ค.ศ.2112 ใครที่ทันค.ศ.2000 ที่อ้างคำทำนายของนอสตราดามุสก็จะนำมาอ้างอีกว่าวันสิ้นโลกเป็นปี 3420, 3797 อาทิ กลุ่มที่อ้างความเชื่อทางศาสนาซึ่งอาจจะเป็นกุศโลบายให้คนทำความดี กลุ่มที่อ้างถึงมนุษย์ต่างดาวและกลุ่มอื่นๆ อีกมากมาย

แนววิทยาศาสตร์ก็มีการพูดถึงวันสิ้นโลกโดยเริ่มจากดวงอาทิตย์จะมีขนาดใหญ่ขึ้นราว 250 เท่าของปัจจุบันเป็นดาวยักษ์แดง (red giant) จนกลืนดาวพุธและศุกร์ไป ส่วนโลกถ้าไม่ถูกกลืนก็จะร้อนจนน้ำระเหยไปหมดและสิ่งมีชีวิตบนโลกตายเรียบ แต่นี่คือเหตุการณ์ในปี 4,500 ล้าน

อีกกรณีหนึ่งที่จะก่อให้เกิดหายนะคือ ดาวเคราะห์น้อยหรือดาวหางขนาดใหญ่มาชนโลกช่วงเวลาไม่แน่นอน ซึ่งมีประมาณไว้ว่ามีดาวเคราะห์น้อยระดับอันตรายราว 700 ลูกในระบบสุริยะ และเป็นไปได้ว่าจะมีลูกหนึ่งคุกคามโลกในระดับอันตรายภายใน 200,000 ปีข้างหน้า ประเด็นนี้จะมีข่าวออกมาให้ตื่นเต้นเป็นระยะ ซึ่งคลายกังวลได้เพราะมีองค์การและโครงการต่างๆ เฝ้าจับตาดูอยู่

ส่วนอีกเรื่องที่ใกล้ตัวและเราสามารถจัดการได้คือ "โลกร้อน" คาดการณ์กันว่าหากโลกร้อนยังคงเดินหน้าต่อไปจนอุณหภูมิเฉลี่ยสูงเพิ่มขึ้น 4 องศา ก็จะทำให้แม่น้ำที่มีต้นกำเนิดมาจากธารน้ำแข็ง (เช่น แม่น้ำคงคา) ก็จะเริ่มเหือดแห้ง ถ้าสูงเพิ่มขึ้น 5 องศา ระดับน้ำทะลจะสูงขึ้นจนเมืองแถบชายฝั่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมเมื่อมีพายุหมุนเขตร้อนซัดเข้ามา และถ้าสูงถึง 6 องศาเซลเซียล สิ่งมีชีวิตบนโลกหลายสปีชีส์ก็จะถึงคราวสูญพันธุ์

ตอนนี้ทุกท่านควรวิตกกังวลเรื่องไหนมากกว่ากันคะ สวัสดีคะ ^/\^

ขอขอบคุณ
  • บัญชา ธนบุญสมบัติ. (2555, 15 ธันวาคม). EventHorizon: หลังปี 2012 มีคำทำนายโลกแตก... ปีไหนอีกบ้าง?. กรุงเทพธุรกิจ เสาร์สวัสดี, หน้า 6
  • กรณีดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลกสามารถติดตามได้ที่ Near Earth Object Program ของ NASA ที่ http://neo.jpl.nasa.gov และ Asteroid and Comet Impact Hazards ที่ http://impact.arc.nasa.gov
  • กรณีโลกร้อน 6 องศา ขอแนะนำเอกสารง่ายๆ สำหรับเด็ก เรื่อง Degrees of Change Conservation in My Community จัดทำโดย National Geographic ที่ http://nationalgeographic.com/xpeditions/lessons/14/g68/SixDegrees.pdf

วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556

การบริจาคพลาสมา เพื่อผลิตเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตอน 2 จบ

สวัสดีปีใหม่คะ ^/\^

หวังว่ายังไม่ช้าเกินไปที่จะกล่าวทักทายนะคะ เข้าเรื่องกันเลย โพตส์ที่ผ่านมาได้กล่าวถึงวัคซีน และเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจากพลาสมาของม้าและของคน ซึ่งเซรุ่มที่ผลิตจากพลาสมของคนมีประสิทธิภาพสูงและมีผลข้างเคียงน้อยกว่าหรือแทบจะไม่มีเลย และผู้ที่บริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอสามารถเข้าร่วมโครงการได้คะ ท่านใดสนใจอ่านย้อนหลังคลิกลิงค์ที่ "บทความน่าอ่าน" คะ

"ผู้เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทุกท่าน"

การผลิตเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจากพลาสมา
     ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เริ่มดำเนินโครงการผลิตเซรุ่งป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (HRIG) นับตั้งแต่ปีพ.ศ.2530 ตามโครงการร่วมือระหว่างศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และกองวิทยาศาสตร์ (ปัจจุบันคือ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย) เนื่องจากในสมัยนั้นเซรุ่มโรคพิษสุนัขบ้าที่ทำจากจนต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศในราคาที่แพงมาก ในการผลิตจะนำพลาสมาที่ได้รับบริจาคมาจากอาสาสมัครที่เข้าร่วมโครงการ ภายหลังได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริจาคมีระดับภูมิคุ้มกันสูงอย่างเพียงพอ

     แต่ที่ผ่านมา มีอาสามัครเข้าร่วมโครงการจำนวนน้อยมาก ไม่สามารถเตรียมผลิตภัณฑ์ได้ตามเป้าหมาย เกิดการขาดช่วงเป็นเวลานานไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงพยาบาลทั่วประเทศ ทำให้ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศซึ่งมีบริษัทที่ผลิตน้อยราย เซรุ่มจึงมีราคาแพงมากประมาณ 7,000-8,000 บาท เมื่อเทียบกับเซรุ่มที่ผลิตได้ในประเทศที่มีราคาเพียง 1,200 บาทเท่านั้น เพราะมีต้นทุนในการผลิตที่ต่ำกว่าและยังมีมาตรฐานการผลิตทัดเทียมกับต่างประเทศ

รับบริจาคพลาสมา มาผลิตเซรุ่ม
     ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนพลาสมาที่จะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า โดยในปีพ.ศ.2552 เป็นต้นไป ตั้งเป้าจัดหาพลาสมาให้ได้ 3,000 ยูนิต/ปี และรับอาสาสมัครบริจาคพลาสมาจำนวนมากว่า 1,000 ราย

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
     1. อายุระหว่าง 18-60 ปีบริบูรณ์ ถ้าเป็ฯการบริจาคครั้งแรกอายุไม่ควรมากกว่า 50 ปี
     2. น้ำหนัก 50 กิโลกรัมขึ้นไป สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง
     3. ไม่มีประวัติโรคตับอักเสบ หรือดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง
     4. ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ ไม่มีประวัติติดยาเสพติด
     5. เป็นผู้บริจาคโลหิตที่มาบริจาคสม่ำเสมอทุก 3 เดือน หรือบริจาคโลหิตติดต่อกันอย่างน้อย 4 ครั้ง
     6. มีเส้นเลือดที่บริเวณข้อพับแขนทั้ง 2 ข้างมองเห็นชัด
     7. สามารถมาบริจาคพลาสมาได้ทุก 14 วัน และต้องงดการบริจาคโลหิตทั่วไป
     8. อาาสาสมัครต้องอยู่ในโครงการอย่างน้อย 3 ปี

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
เปิดทำการ
วันจันทร์ พุธ ศุกร์ (ไม่หยุดพักกลางวัน)  เวลา 08.00-16.30น.
วันอังคารและพฤหัสบดี (ไม่หยุดพักกลางวัน)  เวลา 07.30-19.30น.
วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์  เวลา 08.30-15.30น.
www.redcross.or.th
www.blooddonationthai.com
E-mail: blood@redcross.or.thโทรศัพท์ 0-2263-9600-99, 0-2251-3111 ต่อ 1770, 1771, 1760, 1761


หากท่านใดต้องการอ่านย้อนหลังสามารถคลิกที่ "บทความน่าอ่าน" ทางซ้ายมือคะ ดิฉันขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วยคะ ส่วนโพตส์ต่อไปนั้นเป็นอะไรโปรดติดตาม สวัสดีคะ ^/\^

ขอขอบคุณ
"การบริจาคพลาสมา เพื่อผลิตเซรุ่มป้องกันพิษสุนัขบ้า" ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย