แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมอง แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558

5 สิ่งพิศวงของความทรงจำ มหัศจรรย์ของร่างกาย

สวัสดีค่ะ ^/\^ โพสต์ที่แล้วแนะนำภาพยนต์เกี่ยวกับการโจรกรรมทางความคิดไป (Inception) โพสต์ครั้งนี้จึงขอเกี่ยวกับความทรงจำกันหน่อยค่ะ

     เคยสงสัยกันบ้างไหมคะว่าทำไมบางสิ่งที่เราอยากจะจำให้ได้ถึงชอบลืมนัก หรือบางสิ่งที่เล็กๆ น้อยๆ และไม่จำเป็นต้องจำก็กลับจำได้ บางเรื่องผ่านมานานแล้วแต่ก็ยังจำได้แม่น แต่กลับเรื่องที่เพิ่งเกิดไม่ถึงวันกลับจำไม่ได้เสียแล้ว นั่นก็เป็นเพราะว่าสมองของเรามีความมหัศจรรย์และความพิศวงมากมาย ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนไหนจะเปิดเผยความลับที่อยู่ภายในสมองของเราได้ทั้งหมด
     แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไปพบกับความพิศวงบางอย่างของสมองที่คุณอาจไม่เคยรู้ แต่ได้รับการพิสูจน์จากนักวิทยาศาสตร์แล้ว ไปดูกันสิว่ามีอะไรบ้าง

1. ประตูทำลายความทรงจำ
     คิดว่าหลายคนต้องเคยเป็นอย่างแน่นอน ที่เมื่อเวลาเราตั้งใจว่าจะเดินไปอีกห้องหนึ่งเพื่อทำบางสิ่ง แต่พอเราเดินผ่านพ้นประตูไปเท่านั้นล่ะ ก็ลืมไปเลยว่าจะมาทำอะไร ทั้งๆ ที่เพิ่งจะคิดไปเมื่อสักครู่นี้เอง นั่นก็เป็นเพราะว่าเจ้าประตูได้ทำลายความทรงจำเมื่อครู่ไปแล้วล่ะค่ะ อ๊ะ ๆ สงสัยใช่ไหมว่าทำอย่างไร ซึ่งนักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยนอเตอร์เดม อย่าง Gabriel Radvansky ได้บอกให้เรารู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ว่า เมื่อเราเดินผ่านประตู สมองของเราก็จะมองประตูว่าเป็นเขตแดนของเหตุการณ์ และจะแบ่งความทรงจำของเหตุการณ์นั้นออกไปจากสิ่งที่เกิดขึ้น ณ วินาทีนั้นอย่างสิ้นเชิง ซึ่งนั่นก็จะทำให้เรานึกเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่อีกห้องหนึ่งไม่ค่อยออก เวลาที่เราเดินมาอีกห้องหนึ่งแล้วนั่นเองค่ะ

2. กิจกรรมบางอย่างลบความทรงจำ
     มันเป็นเรื่องน่าแปลกที่ว่ากิจกรรมบางอย่างสามารถส่งผลให้เราสูญเสียความทรงจำได้ชั่วคราวหรือไม่ก็ทำให้เราจำความทรงจำเหล่านั้นได้ไม่ชัดเจน ซึ่งภาวะนี้ถูกเรียกว่าโรคความจำเสื่อมชั่วขณะ โดยมีการรายงานว่า การมีเพศสัมพันธ์ก็คือกิจกรรมหนึ่งที่ทำให้ลืมความทรงจำไปชั่วขณะได้ นอกจากนี้ยังทำให้การรื้อฟื้นความทรงจำเป็นไปได้ยากอีกด้วย
     โรคความจำเสื่อมชั่วขณะนี้ไม่ร้ายแรงและไม่ใช่ปัญหา เพราะความทรงจำเหล่านั้นจะกลับมาในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่มันก็จะไม่ชัดเจนเหมือนเก่า ซึ่งเมื่อทำการสแกนสมองของผู้ที่เป็นโรคนี้ก็ไม่ได้มีการพบความเสียหายของสมองหรือสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมองแต่อย่างใด

3. ความทรงจำของเราจะยังคงอยู่เสมอ แม้เราจะจำมันไม่ได้แล้ว
     ในปี 2013 มีการรายงานถึงกรณีน่าประหลาดเมื่อผู้หญิงคนหนึ่งได้เห็นภาพหลอนเกี่ยวกับเพลงที่เธอไม่รู้จักแต่เรื่องอื่นๆ กลับจำได้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายว่าผู้หญิงคนนี้มีแนวโน้มว่าจะเคยรู้จักเพลงนี้มาก่อนแต่ก็ลืมมันไป ซึ่งในความจริงแล้วความทรงจำไม่ได้หายไปไหน แต่แค่เพียงถูกเก็บเอาไว้ในรูปแบบอื่นๆ ที่สมองเข้าถึงได้ แต่เราอาจไม่สามารถเข้าถึงมันได้ โดยเป็นไปได้ว่าสมองของเธออาจจะทำการแยกส่วนของความทรงจำเกี่ยวกับเพลงๆ นี้เอาไว้ในรูปแบบอื่นที่ทำให้เธอไม่สามารถเข้าถึงได้

4. สมองถูกตั้งโปรแกรมให้ลืมเรื่องในวัยแรกเกิด
     เคยสังเกตกันหรือเปล่าว่าเราไม่สามารถจำเรื่องราวเมื่อตอนที่เรายังเด็กมากได้เลยสักนิด จะจำได้ก็ช่วงที่เข้าโรงเรียนอนุบาลแล้ว นั่นก็เป็นเพราะว่า ความทรงจำเหล่านั้นเป็นความทรงจำในช่วงวัยแรกเกิดซึ่งจะค่อยๆ ลืมเลือนไปเมื่อเราโตขึ้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์สาเหตุไว้ว่า เนื่องจากในช่วงแรกเกิดเรายังไม่มีทักษะทางภาษาจึงทำให้เราไม่สามารถจำสิ่งต่างๆ ในช่วงอายุนั้นได้ แต่งานวิจัยล่าสุดแสดงให้เห็นว่าที่เราไม่สามารถจำความทรงจำในช่วงปีแรกๆ ของชีวิตได้นั่นก็เป็นเพราะว่าสมองได้เติบโตและพัฒนาหลังจากช่วงอายุวัยแรกเกิดจึงได้มีการสร้างเซลล์เพื่อลบความทรงจำในช่วงดังกล่าวไป เพื่อรองรับความทรงจำในช่วงที่โตขึ้นนั่นเอง

5. การบาดเจ็บของสมองอาจเป็นสาเหตุของการเสียความทรงจำ
     มีการศึกษาพบว่าการสูญเสียความทรงจำอาจเกิดขึ้นได้เมื่อความทรงจำบางอย่างเกิดขึ้นในช่วงก่อนอาการบาดเจ็บที่สมอง ซึ่งความจำนั้นไม่นานพอที่จะทำให้สมองเก็บความทรงจำช่วงนั้นไว้ โดยส่วนใหญ่การสูญเสียความทรงจำจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ ดูแลรักษา และการเรียกคืนความทรงจำได้รับการบาดเจ็บ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจนำไปสู่ภาวะความจำเสื่อมได้
     หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจนั่นก็คือผู้ป่วยคนหนึ่งที่ได้รับการรักษาโรคลมบ้าหมูด้วยการนำสมองส่วนฮิปโปแคมปัสออกไป สามารถรื้อฟื้นความทรงจำและสร้างความทรงจำใหม่ๆ ได้ และอีกกรณีหนึ่งก็คือคนไข้ที่เกิดการติดเชื้อไวรัสในสมอง ทำให้เกิดภาวะสมองอักเสบ แต่ก็สามารถฟื้นฟูความทรงจำได้ใหม่เช่นเดียวกัน

     สมอง ยังคงเป็นพื้นที่ส่วนที่มีความน่าพิศวงและความเร้นลับอีกมากมายที่รอให้ นักวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาเพื่อหาข้อพิสูจน์ 


     อย่างไรก็ตาม สมองก็ยังคงเป็นส่วนที่มีความสำคัญมากที่สุดในร่างกาย ดังนั้นเราจึงควรดูแลและบำรุงสมองอยู่เสมอด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมทั้งการฝึกสมองต่างๆ นอกจากนี้ยังควรสังเกตความผิดปกติอีกด้วย หากรู้สึกจำอะไรไม่ค่อยได้ หรือรู้สึกว่าพฤติกรรมของตนเองเปลี่ยนไปโดยไม่มีสาเหตุ ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ดีกว่านะคะ เพราะบางทีนั่นอาจจะเป็นสัญญาณของอันตรายบางอย่างที่เกิดขึ้นกับสมองได้ สวัสดีค่ะ ^/\^

ขอขอบคุณ
ที่มาข้อมูลจาก huffingtonpost.com

วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

อาหารเสริมบำรุงสมอง พร้อมต้านความเสี่ยงโรคหัวใจด้วย Coenzyme Q10

สวัสดีค่ะ ^/\^ โพสต์ที่แล้วได้ทำความรู้จักกับ "หัวใจพิการตั้งแต่กำเนิด" ซึ่งสามารถมีหนทางรักษาให้หายได้ แต่เมื่อเราไม่อยากเป็นโรคหัวใจในวัยใกล้ฝั่งก็ควรป้องกันคะ

โอเมก้า 3 คิวเอช อัลตร้า
Omega 3/ QH ULTRA

อาหารเสริมบำรุงสมอง พร้อมต้านความเสี่ยงโรคหัวใจด้วย Coenzyme Q10
  • เสริมคุณค่าน้ำมันปลาสด บริสุทธิ์ ด้วยโคเอ็นไซม์ คิวเท็น บำรุงหัวใจ เสริมสร้างพลังงาน
  • พร้อมเสริมสุขภาพผิวด้วยไลโคปีนจากมะเขือเทศ ต้านอนุมูลอิสระ และบำรุงสายตาด้วยแอสตาแซนธินจากสาหร่ายทะเล
  • ผสานน้ำมันปลาโฮกิและทูน่าเข้มข้น ต้านการอักเสบได้สูงถึง 2.5 เท่า พร้อม DHA สูงถึง 280 มก./ซอฟเจล
เลขที่อ.ย. 10-3-03548-1-0008
ขนาดบรรจุ: 30 ซอฟเจล
ขนาดรับประทาน:
     ๐ ผู้ใหญ่ (อายุ 12 ปีขึ้นไป) วันละ 2 ซอฟเจล (ครั้งละ 1 แคปซูล เช้าและเย็น พร้อมอาหาร)
     ๐ เด็ก (อายุต่ำกว่า 12 ปี) วันละ 1 ซอฟเจล พร้อมอาหาร  

เพิ่มเติม | สั่งซื้อ | Detail | Buy
โอเมก้า 3 คิวเอช อัลตร้า

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงต่อโรคหัวใจจากปัจจัยเหล่านี้
    ๐ โคเลสเตอรอลสูง
    ๐ เหนื่อยล้าเรื้อรังเป็นประจำ
    ๐ รับประทานยาลดไขมันประเภท Statin

ขอแนะนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลาโอเมก้า3/ DHA คิวเอช อัลตร้า ที่รวมเอาคุณค่าอันโดดเด่นทุกประการจากผลิตภัณฑ์น้ำมันปลาโอเมก้า 3/ DHA Primium ผสานกับ Coenzyme Q10 ในรูปแบบ “ยูบิควินอล (Ubiquinol)” ที่เพิ่มพลังงานให้กับเซลล์ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้ผลิตภัณฑ์ น้ำมันปลาโอเมก้า3 / DHA คิวเอชอัลตร้า เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคหัวใจ อันมีผลจากการมีโคเลสเตอรอลสูง

การเลือกส่วนผสม Ubiquinol ที่ผลิตจาก Kaneka ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนักพัฒนา CoQ10 อันดับต้นๆของโลก

Ubiquinol คือ CoQ10 ในรูปแบบรีดิวซ์ (Reduced form) ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า Ubiquinone (CoQ10 รูปแบบทั่วไปในท้องตลาด) ถึง 6-8 เท่า

กราฟแสดงประสิทธิภาพของ CoQ10 ที่มีต่อผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว

ในปี 1994 การศึกษาที่ใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นที่ประเทศอิตาลี โดยการศึกษาจากผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว 100 คน ที่ได้รับ CoQ10 รูปแบบทั่วไป (Ubiquinone) ในปริมาณ 50 ถึง 150 mg ของทุกวันเป็นเวลาสามเดือนพบว่า–

     ๐ อาการของโรคแทรกซ้อนลดลงเกือบ 80% ได้แก่ อาการบวมน้ำ (Edema) ลดลง 76.9%
     ๐ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (arrhythmia) ลดลง 62%
     ๐ อัตราการเต้นที่ไม่สม่ำเสมอ (palpitations) ลดลง 75.7% และ
     ๐ เสียงแซมในปอดจากการหายใจ (Pulmonary rales) ลดลง 78.4%

การทดลองนี้เป็นการเสริมอาหารด้วย CoQ10 รูปแบบทั่วไป (Ubiquinone) ดังนั้นหากเสริมอาหารด้วย Ubiquinol ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า 6-8 เท่าอาจส่งผลดีต่อการลดโรคแทรกซ้อน ในผู้ป่วยโรคหัวใจวายได้มากขึ้นอีก

รูปแสดงปริมาณ CoQ10 ในอวัยวะต่างๆในช่วงอายุต่างๆ

จากรูป เมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ปริมาณ CoQ10 ในอวัยวะได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ CoQ10 ในหัวใจที่ลดลงกว่า 30%!

ความเสื่อมถอยของร่างกาย อันเกิดจากปริมาณ CoQ10 ที่ลดลงนี้ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคหัวใจเมื่ออายุมากขึ้น ดังนั้นในวัย 40 ปีขึ้นไป ควรอย่างยิ่งที่จะเสริมอาหารด้วย CoQ10 เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันโรคหัวใจ

ผู้ที่รับประทานยา Statin เพื่อลดไขมันในเลือด อาจมีภาวะเสี่ยงต่อโรคหัวใจเช่นเดียวกัน เนื่องจากยากลุ่ม Statinนี้มีกลไกป้องกันการผลิตคอเลสเตอรอลที่ตับ ซึ่งตับเป็นอวัยวะที่มีส่วนสำคัญในการผลิต CoQ10 จึงทำให้ผู้ที่รับผู้ที่รับประทานยา Statin มีระดับของ CoQ10 ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาทางการแพทย์ที่พบประโยชน์ของ Ubiquinol อื่นๆอีก เช่น การลดความเสี่ยงของการพัฒนาของกลุ่มโรคทางระบบประสาท เช่น พาร์กินสันและช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงบรรเทาอาการไมเกรน

ผลิตภัณฑ์น้ำมันปลาโอเมก้า3 / DHA คิวเอชอัลตร้า นอกจากเป็นน้ำมันปลาที่สด บริสุทธิ์ รวมกับ Coenzyme Q10 แล้วยังประกอบไปด้วยส่วนผสมพิเศษของ Lyc-O-Mato® สารสกัดเชิงซ้อนไลโคปีนจากมะเขือเทศ และแอสตาแซนธินจากสาหร่ายทะเล ที่นอกจากจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ แล้วยังช่วยบำรุงสมองไปพร้อมๆกับการบำรุงผิวและสายตาให้คุณแลดูอ่อนเยาว์อีกด้วย

ถึงแม้ว่าจะมีตัวช่วยที่ดีแล้ว ก็ควรออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วยเพื่อหลีกหนีโรคภัยยามวัยใกล้ฝั่งให้พ้น สวัสดีค่ะ ^/\^