วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2558

กินตามช่วงวัยให้ร่างกายฟิตเปรี๊ยะ

คิดสักนิดก่อนหยิบอะไรใส่ปาก เพราะยิ่งอายุเพิ่มขึ้นโรคภัยและไขมันจากการรับประทานอาหารสามารถคืบคลานเข้าหาร่างกายที่เสื่อมลงได้ง่ายดาย

     การกินในแต่ละช่วงวัยใช่ว่าจะต้องเหมือนกัน เพราะเมตาบอลิซึ่มจะทำงานได้ดีกว่าในช่วงที่เราเยาว์วัย แต่พอนานๆ ไปก็เสื่อมถอย รู้ไว้ใช่ว่า จะได้กินถูกวัย ถูกประเภท สุขภาพดียาวนานนะคะ...

อาหารของสาวเลขสอง
     วัยกำลังเริ่มต้นชีวิตทำงาน หาคู่แต่งงาน หรืออาจจะมีลูกด้วย ชีวิตที่ผันผวนเช่นนี้มีผลต่อการเลือกอาหารการกิน ดังที่นักวิจัยด้านการแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยบราวน์ในสหรัฐฯ พบว่า สาววัยนี้บริโภคฟาสต์ฟู้ดเพิ่มขึ้นกว่าตอนวัยรุ่นถึง 25% เป็นผลให้ขาดสารอาหารสำคัญ ๆ แถมวงสังคมที่มากขึ้น เพิ่มโอกาสกระดกแอลกอฮอล์ที่ไปเพิ่มน้ำหนักตัวบนตราชั่งด้วย

อาหารเพื่อสุขภาพ
     โปรตีน : การอดอาหารช่วงนี้อาจทำให้ส่วนสูงไม่เพิ่มขึ้น เพราะขวดโปรตีนที่ไปช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ นักโภชนาการแนะนำว่า ควรได้รับโปรตีน 60-70 กรัมต่อวัน ซึ่งนั่นมีอยู่ในเนื้อไก่ลอกหนัง เนื้อสเต็ก ปลา ไข่ ถั่ว เต้าหู้ และผลิตภัณฑ์นมโชว์เฟต

     โพแทสเซียม : กล้ามเนื้อและหัวใจต้องการสารอาหารนี้ แต่ผู้หญิงวัยนี้กลับได้รับไม่ถึงครึ่งของปริมาณที่แนะนำต่อวัน อันได้แก่ ผลไม้สองถ้วย (เช่น แอปเปิล กล้วยหอม และโยเกิร์ตกับสตรอว์เบอร์รีสด) และผักสดสองถ้วยครึ่ง

     โอเมก้า-3 : กรดไขมันดีที่ช่วยเพิ่มฮอร์โมนเซโรโทนินในสมองหรือสารแห่งความสุขเหมาะกับวัยนี้ที่อ่อนไหวต่อเรื่องเครียดต่าง ๆ ในการเริ่มต้นชีวิตทำงาน และมีมากอยู่ในอาหารอย่างปลาทูน่าและแซลมอน รวมถึงถั่ว วอลนัต เมล็ดแฟล็กซ์ และน้ำมันคาโนล่า

อาหารของสาวเลขสาม
     ผู้หญิงวัยนี้มีชีวิตยุ่งมาก ไหนจะลูกไหนจะงาน ลืมกินข้าวบางมื้อเป็นประจำ แถมสัญญาณความเสื่อมโทรมเริ่มมาเยือนตั้งแต่ริ้วรอยบนใบหน้าไปจนถึงความเจ็บป่วยทางกาย ดร. เจมส์ โอ ฮิลส์ ผู้อำนวยการศูนย์โภชนาการแห่งมหาวิทยาลัยโคโลราโด แนะนำว่าถ้าผู้หญิงวัยนี้ลดน้ำหนักลงได้สัก 10% จะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคเกี่ยวกับระบบการย่อยและโรคเครียดได้

อาหารเพื่อสุขภาพ
     โฟเลต : ส่วนใหญ่ผู้หญิงวัยนี้จะมีลูก ซึ่งสารอาหารตัวนี้สำคัญมากต่อการตั้งครรภ์ เพราะป้องกันไม่ให้เด็กเป็นดาวน์ซินโดรมและช่วยให้ร่างกายผลิตเซลล์ใหม่ได้ตลอดเวลา รวมถึงลดความเสี่ยงโรคหัวใจด้วย หมั่นบริโภคอาหารอย่างถั่วชิกพี หน่อไม้ฝรั่ง ผักโขม บรอกโคลี อะโวคาโด น้ำส้มคั้น และธัญพืชต่าง ๆ ให้ถึงปริมาณ 400 ไมโครกรัมต่อวัน

     ไฟโตนูเทรยนต์ : ประกอบด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนต์อยู่มาก ช่วยชะลอความชรา ป้องกันโรคหัวใจและมะเร็ง มีมากในผัก ดาร์กช็อกโกแลต ไวน์แดง และกาแฟ

     เหล็ก : มีผลการทดลองรองรับว่าผู้หญิงที่ขาดธาตุเหล็กทำงานใช้ความรู้ความจำได้แย่กว่าผู้ที่ได้รับเหล็กอย่างเพียงพอ ฉะนั้น ควรกินอาหารเหล่านี้ทุกวัน หอยลาย เนื้อวัว ธัญพืชอบกรอบ นมถั่วเหลือง เมล็ดฟักทอง และเนื้อไก่ไม่มีหนัง

อาหารของสาวเลขสี่
     เป็นช่วงวัยที่ผู้หญิงจะกลับมามีเวลาให้ตัวเองอีกหน ทว่าหน้าท้องย้วยกันห้อย ต้นขาเผละ จากการอุ้มท้องและให้นมลูกมาหลายปี ทำให้การเลือกกินมีความสำคัญไม่แพ้เวลาที่เอาไปทำผมทำเล็บเลย นักโภชนาการได้เสริมว่า ทุก ๆ สิบปีหลังจากอายุขึ้นเลขสี่แล้วร่างกายเราต้องการแคลอรีลดลงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ หรือเทียบเท่าคุกกี้หนึ่งชิ้นในแต่ละวัน นอกจากนี้ควรกินอาหารทุก ๆ สามถึงสี่ชั่วโมงเพื่อกระตุ้นระบบเมตาบอลิซึมให้ดูดซึมอาหารได้ดี ไม่มีไขมันตกค้างเป็นส่วนเกินของร่างกาย

อาหารเพื่อสุขภาพ
     แคลเซียม : ใกล้วัยหมดประจำเดือน เอสโตรเจน ที่ใช้สร้างกระดูกก็ลดลง แถมการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารก็ด้อยประสิทธิภาพลง ดังนั้น ควรเพิ่มแคลเซียมเสริม 1,000 มก. ต่อวัน และนมโลว์เฟตทุกวัน

     วิตามิน D : ช่วยให้ดูดซึมแคลเซียมดีขึ้น เสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันมะเร็งเต้านมและลำไส้ รวมทั้งกันเรื่องหูตึง ซึ่งวิตามินตัวนี้มีไม่พอจากอาหารที่เรารับประทานในแต่ละวัน จึงควรเสริมที่ 600-1,000 มก. ต่อวัน

     ไฟเบอร์ : ช่วยลดอาหารท้องอืดท้องเฟ้อ ลดคอเลสเตอรอล และความเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ มีมากในผักและผลไม้ รวมถึงข้าวกล้องและขนมปังโฮลวีต

ส่งบทความดูแลสุขภาพด้วยอาหารต้อนรับปีใหม่นี้ ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรงค่ะ

ขอขอบคุณ

  • Lisa

วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2558

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

12 Years a Slave (2013) ปลดแอก คนย่ำคน

เรื่องย่อ:
     ว่าด้วยเรื่องราวอิสระชนของโซโลมอน ผู้ต้องพบเจอกับความโหดร้ายอย่างที่สุดเมื่อถูกขายเป็นทาส ตลอดช่วงเวลา 12 ปี เขาไม่ได้แค่ต้องพยายามเอาชีวิตรอดท่ามกลางการปฏิบัติราวกับไม่ใช่คนเท่านั้น แต่ยังต้องรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองเอาไว้ก่อนจะไม่เหลืออะไรเลย จนกระทั่งได้พบกับผู้รณรงค์การปลดปล่อยทาสชาวแคนาดาที่ทำให้ชีวิตอิสระชนของเขากลับมาอีกครั้ง

ความคิดเห็น:
     หนังเรื่องนี้มาจากเรื่องจริงของ โซโลมอน เมื่อดูหนังเรื่องนี้แล้วคุณอาจจะไม่คาดคิดว่า ณ สมัยนั้นการทารุณกรรมทาสจะโหดร้ายขนาดนี้ และยิ่งเมื่ออิสระชนถูกยัดเยียดความเป็นทาสให้ก็เสียความรู้สึกมากพอแล้ว นับว่าเขายังมีบุญที่ได้กลับมาเป็นอิสระชนอีกครั้งและไม่นิ่งเฉยที่จะช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

Product Details:
  • Genres: Drama
  • Director: Steve McQueen
  • Starring: Chiwetel Ejiofor, Dwight Henry
  • Supporting actors: Dickie Gravois, Bryan Batt, Ashley Dyke, Kelsey Scott, Quvenzhané Wallis, Cameron Zeigler, Tony Bentley, Scoot McNairy, Taran Killam, Christopher Berry, Bill Camp, Mister Mackey Jr., Chris Chalk, Craig Tate, Adepero Oduye, Storm Reid, Tom Proctor, Marc Macaulay
  • Studio: Fox
  • MPAA rating: R (Restricted)

Editorial Reviews:
     Product Description
     From acclaimed director Steve McQueen comes this "deeply evocative and brilliantly acted" film (Claudia Puig, USA Today) based on the true story of Solomon Northup. It is 1841, and Northup (Chiwetel Ejiofor in a gripping performance), an accomplished, free citizen of New York, is kidnapped and sold into slavery. Stripped of his identity and deprived of all dignity, Northup is ultimately purchased by ruthless plantation owner Edwin Epps (Michael Fassbender) and must find the strength within to survive. Filled with powerful performances by an astonishing cast that includes Benedict Cumberbatch, Brad Pitt and newcomer Lupita Nyong'o, 12 Years A Slave is both an unflinching account of slavery in American history and a celebration of the indomitable power of hope.

     Amazon.com
     Maybe it had to take a British filmmaker to depict clearly the United States' greatest failing: the horrors of centuries of slavery. In 12 Years a Slave, Solomon Northup (Chiwetel Ejiofor, Kinky Boots, Dirty Pretty Things) is a free man living in New York until he's kidnapped and sold in Louisiana as a slave. He's owned by masters relatively kind (Benedict Cumberbatch) and harrowingly brutal (Michael Fassbender), but even under the best conditions, the movie never loses sight of Northup's condition as property, that his well-being and very life are at the whim of his owners. There's no hype here, nor any hemming or hawing; each scene is captured simply but vividly, letting the cruel facts of life in the pre-Civil War era speak for themselves. The movie's power lies in the unsettling details and psychological contortions slavery inflicts on everyone involved, black and white. Performances are fantastic throughout, including supporting work from Paul Dano, Paul Giamatti, Sarah Paulson, Lupita Nyong'o, Brad Pitt, and particularly Alfre Woodard as a slave who's gained a position of comfort and clings to it with haughty entitlement. But it's Ejiofor who anchors the movie; his mix of intelligence and fundamental decency carries 12 Years a Slave to a moving conclusion. From Steve McQueen, director of Hunger and Shame. --Bret Fetzer