วันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เสริมอาหาร...ป้องกันมะเร็ง (supplement)

สวัสดีคะ ^/\^  โชคไม่ดีนักที่ยังไม่มีอาหารเสริมขนานใด เป็นเหมือนยาวิเศษที่ช่วยในการบำบัดผู้ป่วยโรคมะเร็ง ให้หายขาดจากอาการของโรคได้ เพราะอาหารเสริมก็ไม่ใช่ยาโดยตรง อย่างไรก็ตาม การที่ร่างกายได้รับสารอาหารแต่ละประเภทในปริมาณที่เหมาะสมนั้น ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง การป้องกันแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่

     • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง เช่น รังสี ซึ่งรวมถึงรังสียูวีในแสงแดดที่มากเกินไป สารเคมี บุหรี่

     • หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่มีผลในการทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เช่น การบริโภคน้ำตาล ไขมัน ในปริมาณมากเกินไป อาหารที่มีการปนเปื้อนของยาฆ่าแมลง หรือสารเคมีอื่นๆ

     • หลีกเลี่ยงกิจกรรม หรือเหตุการณ์ที่จะทำให้เกิดความเครียด

ถึงการทำความรู้จักอาหารเสริมช่วยป้องกันเจ้าเนื้อร้ายนักร้ายหนานี้ ว่ามีตัวไหนน่าสนใจกันบ้าง


แคโรทีน (Carotenes)
     แคโรทีน เป็นแร่ธาตุที่พบได้ในผักผลไม้ที่มีสีแดง ส้ม เขียวเข้ม และเหลือง มีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งในส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น มะเร็งปากมดลูก รังไข่ ปอด ต่อมลูกหมาก ลำไส้ หลอดอาหาร เบตาแคโรทีนซึ่งเป็นหน่วยย่อยของแคโรทีนนั้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยการกระตุ้นการเพิ่มปริมาณเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่ในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมในร่างกายรวมทั้งเซลล์มะเร็ง
     แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยแคโรทีน ได้แก่ มันฝรั่งหวาน ไข่ แอปริคอท ส้ม สไปรูลิน่า แครอท มะเขือเทส แคโรทีนเป็นแร่ธาตุที่ไม่มีอันตรายต่อร่างกาย ไม่ว่าจะบริโภคในปริมาณที่มากเพียงใดก็ตาม

วิตามินเอ
     วิตามินเอ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำหน้าที่ยับยั้งการผลิตฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งมีผลต่อการเติบโตของเซลล์มะเร็ง และเสริมสร้างประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย วิตามินเอนั้นมีประโยชน์ในการป้องกันโรคมะเร็งทุกชนิด ยกตัวอย่างเช่น มะเร็งปอดในผู้ที่สูบบุหรี่ซึ่งมีการตรวจพบว่าจะมีระดับวิตามินเอในร่างกายน้อยกว่าปกติ เมื่อปริมาณวิตามินเอในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น โอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งจะลดลง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม มะเร็งในช่องปาก มะเร็งในระบบเลือด และมะเร็งกล่องเสียง
     แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ได้แก่ เนย ตับ ครีม ไข่ ไขมันสัตว์ และน้ำมันปลา อย่างไรก็ตามไม่มีการระบุแน่ถึงปริมาณการบริโภควิตามินเอที่เหมาะสมต่อร่างกาย ซึ่งการบริโภคไขมันสัตว์ในปริมาณที่มากเกินไปนั้น อาจจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคชนิดอื่นได้ นักโภชนาการแนะนำว่าน้ำมันตับปลา 1 ช้อนชา ต่อวันนั้น สามารถให้ปริมาณวิตามินเอที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และควรหลีกเลี่ยงการบริโภควิตามินเอสังเคราะห์ เพราะอาจจะเป็นโอกาสเสี่ยงของการเกิดความผิดปกติสำหรับทารกในครรภ์

วิตามินซี
     วิตามินซีนั้นมีผลต่อการป้องกันโรคมะเร็งที่เกิดจากการทำงานของอนุมูลอิสระ เพิ่มปริมาณการสังเคราะห์คอลลาเจนในร่างกาย ยับยั้งการกลายพันธุ์ของพันธุกรรม และการสังเคราะห์โปรตีนที่ผิดปกติในร่างกาย จนอาจจะนำไปสู่การสร้างเซลล์มะเร็ง วิตามินซีนั้น ช่วยป้องกันโรคมะเร็งหลอดอาหาร ในช่องปาก กระเพาะอาหาร ปอด ลำไส้ รวมทั้งยังป้องกันการสร้างสารไนไตรท์ (Nitrites) จากเนื้อสัตว์ เช่น เบคอน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในร่างกาย
     ปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายต้องการเฉลี่ย 5-8 กรัมต่อวัน สำหรับผู้ใหญ่ และ 2-3 กรัม สำหรับเด็ก อย่างไรก็ตามการบริโภควิตามินซีในปริมาณที่มากเกินไปนั้น อาจก่อให้เกิดอันตรายกับร่างกายได้ โดยอาหารที่เป็นแหล่งวิตามินซี ได้แก่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ส้ม มะนาว ฝรั่ง และกะหล่ำปลี

วิตามินอี
     วิตามินอี ช่วยป้องกันการสร้างอนุมูลอิสระจากกรดไขมันไม่อิ่มตัวในร่างกาย ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และทำลายเนื้องอกที่อาจจะกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว วิตามินอีจัดได้ว่าเป็นวิตามินที่มีประสิทธิภาพดีในการป้องกันโรคมะเร็ง นอกจากนั้นแล้วยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินอี ได้แก่ ข้าวสาลี พืชตระกูลถั่ว โดยปริมาณที่เหมาะสมต่อการบริโภคได้แก่ 200-400 หน่วย (IU)

เซเลเนียม (Selenium)
     เซเลเนียม เป็นแร่ธาตุที่มีความสัมพันธ์กับผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยผู้ป่วยโรคนี้จะมีระดับเซเลเนียมในร่างกายต่ำกว่าคนปกติ แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยเซเลเนียม ได้แก่ ข้าวสาลี หอยนางรม ปลาทูน่า และเนย อย่างไรก็ตาม การบริโภคเซเลเนียมในปริมาณที่มากเกินไปอาจจะเป็นโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ โดยปริมาณที่เหมาะสมต่อการบริโภค 100 ไมโครกรัมต่อวัน

ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก นิตยสาร Alternative Medicine สวัสดีคะ ^/\^

วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

โปรแกรมนี้ลบได้ไหม? (Should I remove it?)

สวัสดีค่ะ ^/\^ บ่อยครั้งไหมคะที่เราเข้าไปดูใน Control Panel, Add and Remove Program แล้วพบว่ามีโปรแกรมต่างๆมากมาย ถ้าลบไปแล้วจะทำให้คอมพิวเตอร์มีปัญหาหรือเปล่า? เป็นสแปมหรือไวรัสหรือไม่ โพสต์ครั้งนี้เรามีตัวช่วยด้วย "Should I remove it?" คjะ

1. ไม่รอช้าเข้าที่ Uninstall Program เลย แล้วมองหารายชื่อโปรแกรมที่คาใจ

2. เปิดเว็บไซต์ http://www.shouldiremoveit.com ขึ้นมา จากนั้นพิมพ์ชื่อโปรแกรมที่ต้องการลงในช่อง Search ที่หัวมุมขวาบน (วงกลมสีแดง) ในที่นี้ค้นหาโปรแกรม DivX

3. แสดงโปรแกรมต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคำที่เราค้นหา มีแถบสถานะประกอบการตัดสินใจว่าควรลบหรือไม่ ถ้าอยากรู้จักกับโปรแกรมเหล่านั้นมากขึ้นก็สามารถคลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดกันได้เลย

4. แสดงรายละเอียด (ภาพตัวอย่างบางส่วน)

เพียงเท่านี้ก็สามารถตัดสินใจได้ว่าจะลบโปรแกรมนี้ดีหรือไม่ หวังว่าโพสต์นี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย สวัสดีค่ะ ^/\^

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

มหัศจรรย์กีวีฟรุ๊ต (Kiwi Fruit story)

สวัสดีคะ ^/\^ บริษัทเอ็กซ์เท็นไลฟ์ได้รับการร้องขอจากองค์กรการค้าและผู้ประกอบการแห่งประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand Trade and Enterprise; NZTE) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลในประเทศนิวซีแลนด์ โดยทางหน่วยงานต้องการพิจารณาข้อมูลผลิตภัณฑ์กีวีฟรุ๊ต เพื่อเข้าจำหน่ายในรูปแบบของยาในเมืองนิวยอร์ก ทางบริษัทอยากให้ลูกค้าได้มีโอกาสรับรู้ถึงคุณประโยชน์ต่อสุขภาพที่น่าสนใจในผลิตภัณฑ์ กีวีฟรุ๊ตผ่านเรื่องราวสั้น ๆ ที่ได้จัดเตรียมสำหรับการพิจารณาขององค์กรดังกล่าวนี้ โดยนำมาจัดทำเป็นบทความให้ลูกค้าได้อ่านในโอกาสนี้ด้วย



     นับตั้งแต่การก่อตั้งของ Xtend – Life เกือบ 12 ปีที่ผ่านมานี้ เราได้ตระหนักมาโดยตลอดว่า สุขภาพของระบบการย่อยอาหารที่ดี คือจุดเริ่มต้นของสุขภาพองค์รวม ไม่เพียงแต่คุณประโยชน์ในแง่ของการย่อยอาหาร ซึ่งเป็นการป้องกันการสะสมของสารอาหารโมเลกุลใหญ่จากการย่อยอาหารไม่สมบูรณ์ และก่อให้เกิดสารพิษตกค้างที่อาจซึมเข้าสู่กระแสเลือด อันจะส่งผลต่อสุขภาพองค์รวม แต่ยังให้ประโยชน์ในแง่ของการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหารจากอาหารที่เรารับประทาน และจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวอื่นอีกด้วย

     นอกจากผลิตภัณฑ์โททัลบาลานซ์ที่จัดเป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งได้รับการยอมรับถึงประสิทธิภาพของเอนไซม์ และสารอาหารที่ช่วยในระบบการย่อยอาหาร เรายังตระหนักดีว่า ควรมีผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมระบบการย่อยอาหารโดยตรง เนื่องมาจากยังคงมีข้อสงสัยถึงประสิทธิภาพของการเสริมอาหารด้วยโปรไบโอติกที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ทั่วไปในท้องตลาดว่า จุลินทรีย์ที่เสริมเข้าไปนี้จะส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ตามธรรมชาติในลำไส้หรือไม่ เพราะจากการศึกษาพบสายพันธ์ของโปรไบโอติกส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นสายพันธ์ของจุลินทรีย์ตามธรรมชาติในลำไส้ ข้อสงสัยนี้จึงนำไปสู่ความตั้งใจของเราในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพลำไส้อย่างแท้จริง กล่าวคือ มีคุณประโยชน์เหนือกว่าการเสริมอาหารด้วยโปรไบโอติกทั่วไป

     กีวีฟรุ๊ตจากประเทศนิวซีแลนด์ เป็นผลไม้ที่ได้รับการยอมรับถึงคุณสมบัติในการส่งเสริมระบบการย่อยอาหาร โดยเฉพาะคุณสมบัติของสารที่รวมอยู่ในส่วนของเปลือกกีวี ซึ่งยืนยันโดยงานวิจัยที่ทำให้มนุษย์ (Human clinical Studies) นอกจากส่วนประกอบที่เป็นเอนไซม์สำคัญแล้ว ยังประกอบไปด้วยพรีไบโอติก ซึ่งเป็นอาหารของโปรไบโอติก และยังสามารถยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในลำไส้ โดยคุณค่าทั้งหมดนี้ ร่างกายจะได้รับด้วยการบริโภคผลิตภัณฑ์กีวีฟรุ๊ตเพียง 1 แคปซูล นอกจากนี้สิ่งสำคัญยังอยู่ที่เทคโนโลยีในการสกัดสารของเอ็กซ์เท็นด์ไลฟ์ กล่าวคือ กระบวนการสกัดด้วยน้ำเย็น 3 ขั้นตอน (Low temperature triple water) ซึ่งจะยังคงคุณค่าของสารสกัด (Key infredients) ของกีวีฟรุ๊ต 2 ชนิดได้สูงสุด

จากคุณสมบัติที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพที่เป็นเอกลักษณ์นี้ เราจึงได้ทำข้อตกลงพิเศษ ให้เราเป็นผู้จำหน่ายสารสกัดตัวนี้แต่เพียงผู้เดียวทั่วโลกในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้แบรนด์ของ Xtend-life สวัสดีคะ ^/\^